บทที่ 10 การใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืน

 star02_lightpurple.gif แนวคิดในการพัฒนาสิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืน

 star02_lightpurple.gif การเมืองกับสิ่งแวดล้อม

star02_lightpurple.gif การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม

 star02_lightpurple.gif  กฎหมายปกป้องสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ

star02_lightpurple.gif เศรษฐศาสตร์กับสิ่งแวดล้อม

 star02_lightpurple.gif จริยธรรมกับการใช้ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน

แนวคิดในการพัฒนาสิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืน
     
เป็นแนวคิดที่สืบเนื่องมาจากการอนุรักษ์ หมายถึง รูปแบบการใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่ เป็นอยู่อย่างมีประสิทะภาพ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและยาวนานที่สุด  แต่การพัฒนาแบบยั่งยืนจะควบคุมแนวความคิดในการพัฒนาทุกๆ ด้าน  ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ระบบนิเวศ และประสานสัมพันธ์ในสาขาการพัฒนาต่างๆ
        เมื่อนำแนวคิดในการอนุรักษ์ ผนวกเข้ากับการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทำให้เกิดแนวทางการพัฒนาแบบใหม่ คือ การพัฒนาแบบยั่งยืน ( Sustainable Development ) ซึ่งปัจจุบัน แนวคิดในการพัฒนาทั้งในระดับโครงการและระดับภาค ต้องมีการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้เพื่อให้สามารถใช้ทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีการป้องกันภาวะมลพิษที่จะเกิดขึ้นด้วย จึงขอเสนอแนวคิดในการพัฒนาแบบยั่งยืนของนักวิชาการต่างๆ ดังนี้
แนวความคิดของบราวน์และคณะ
        1. มีความต่อเนื่องของเผ่าพันธ์มนุษย์บนโลก   โดยมีการให้กำเนิดชีวิตใหม่ และผู้ที่เกิดใหม่สามารถอยู่รอด เติบโต มีลูกหลานสืบเนื่องไปในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย
        2. สามารถรักษาปริมาณสำรองของทรัพยากรทางชีวภาพและสามารถให้ผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน
        3. มีจำนวนประชากรคงที่
       4. สามารถจำกัดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
       5. เป็นการพัฒนาในระดับจุลภาค และในรูปของการพึ่งพาตนเอง
       6. สามารถรักษาระบบนิเวศและสภาพของสิ่งแวดล้อมได้อย่างต่อเนื่อง
แนวความคิดของบาเบียร์
        การพัฒนาเศรษฐกิจแบบยั่งยืนเป็นรูปแบบการพัฒนาที่สามารถตอบสนองต่อเป้าหมายของระบบ 3 ระบบด้วยกัน คือ ระบบทางชีววิทยา ระบบเศรษฐกิจ และระบบสังคม โดยที่แต่ละระบบสามารถพัฒนาไปสู่เป้าหมายของตนเองได้ ทั้งนี้เป้าหมายของแต่ละระบบมีรายละเอียด ดังนี้
       - เป้าหมายของระบบทางชีววิทยา คือ การนำไปสู่ความหลากหลายทางพันธุกรรม ความสามารถในการกลับคืนสู่สมดุลในกรณีที่ถูกรบกวน  หรือถูกใช้ไป และความสามารถในการให้ผลผลิตทางชีวภาพ
       - เป้าหมายของระบบเศรษฐกิจ คือ การนำไปสู่การได้รับความต้องการขั้นพื้นฐานอย่างเพียงพอ ส่งเสริมให้เกิดการเท่าเทียมกัน โดยมีสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น
       - เป้าหมายของระบบสังคม คือ การนำไปสู่ความหลากหลายในวัฒนธรรม มีสถาบันทางสังคมที่ยั่งยืนยาวนาน มีความเป็นธรรมทางสังคม และมีส่วนร่วมจากผู้คนต่างๆ ในสังคม

                                                                                            

                                                                                                                                                                                                                                               grace_up.gif
แนวความคิดของพระธรรมปิฎก

        การพัฒนาสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้น เมื่อระบบความสัมพันธ์ขององค์ประกอบทั้ง 4 คือ มนุษย์ สังคม ธรรมชาติ และเทคโนโลยี ดำเนินไปด้วยดีโดยที่ทุกส่วนเป็นปัจจัยส่งผลในทางเกื้อกูลต่อกัน ทำให้ดำรงอยู่ด้วยกันได้เป็นอย่างดี และในระบบนี้มนุษย์ในฐานะเป็นปัจจัยตัวกระทำ มีความสำคัญที่สุดที่จะทำให้ภาวะพึงประสงค์นี้เกิดขึ้นได้หรือไม่

                                                                                            

                                                                                                                                                                                                                                               
grace_up.gif
การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม
       
ปัญหาสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น ประเทศและโลก มีลักษณะแตกต่างกันไป กล่าวคือ ปัญหาสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาในระดับจุลภาค  ที่พบในหมู่บ้าน ตำบล อำเภอหรือจังหวัด เช่น ปัญหาดินเสื่อมโทรม ป่าถูกทำลาย ขยะมูลฝอย ซึ่งมีผลกระทบต่อประชาชนในท้องถิ่นนั้นๆ  ปัญหาสิ่งแวดล้อมประเทศจะเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับมหภาค ซึ่งเป็นปัญหาที่พบมากในหลายจังหวัด จนเป็นปัญหาของประเทศ เช่น ปัญหาน้ำเสีย  ป่าไม้ สัตว์ป่าถูกทำลาย ซึ่งมีผลกระทบต่อประชาชนในประเทศ ส่วนปัญหาสิ่งแวดล้อมโลกเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับมหภาคเช่นเดียวกัน แต่เป็นปัญหาที่พบในหลายประเทศหรือเมื่อเกิดปัญหาแล้วจะมีผลกระทบต่อประชากรโลก เช่น ปัญหาอากาศเป็นพิษ การเกิดปรากฎการณ์เรือนกระจก  มลพิษจากกัมมันตรังสี เป็นต้น
            ปัญหาสิ่งแวดล้อมดังกล่าว สาเหตุใหญ่เกิดจากการนำเอาทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ในการพัฒนาและเพิ่มมูลค่าให้มากขึ้น ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  ผลการใช้ทรัพยากรธรรมชาติก่อให้เกิดผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ต่อสิ่งแวดล้อมมานับประการ แต่การที่เราจะวิเคราะห์ว่างสิ่งแวดล้อมใดมีปัญหามากน้อยเพียงใด อยู่ในระดับใด และทำอย่างไรจึงรักษาสภาวะสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเหล่านั้นไว้ได้  จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้วิเคราะห์จะวิเคราะห์ปัญหาได้ถูกต้องจะต้องมีพื้นฐานความรู้ ความเข้าใจ ในการวิเคราะห์ระบบสิ่งแวดล้อม มีความสามารถในการวิเคราะห์โครงสร้างและหน้าที่ของสิ่งแวดล้อมนั้นๆ ที่แสดงออกในเชิงพฤติกรรม การเปลี่ยนแปลงไปจากธรรมชาติที่เคยมีมาในอดีต ทั้งชนิด ปริมาณ สัดส่วน และการกระจาย
หลักในการวิเคราะห์
            1. เก็บรวบรวมข้อมูลเบื้องต้น - ผู้ทำการวิเคราะห์ต้องรู้ข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ ดังนี้
               - ชนิด ปริมาณ สัดส่วน และการกระจายองค์ประกอบของสิ่งแวดล้อมนั้นๆ                 
               - ศึกษาสมรรถนะการทำงานขององค์ประกอบ
               - ศึกษาความสัมพันธ์ของการอยู่ร่วมกันขององค์ประกอบ
               - ศึกษาปัญหาและสาเหตุของปัญหาที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
               - ศึกษาหาแนวทางเพื่อจัดการให้มีทรัพยากรใช้อย่างต่อเนื่องและตลอดไป
               - ศึกษาสมรรถนะของระบบและการเปลี่ยนแปลง
           2. สถานภาพสิ่งแวดล้อมปัจจุบัน ผู้วิเคราะห์ปัญหาต้องศึกษาข้อมูลทั้ง 6 ประการ ของสิ่งแวดล้อม 4 กลุ่ม อย่างละเอียด
               (1) ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ - ประกอบด้วย สภาพภูมิประเทศ  ทรัพยากรธรณีวิทยา ทรัพยากรแร่ ทรัพยากรดิน ทรัพยากรน้ำ น้ำทะเล อากาศ และเสียง                (2) ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ - ประกอบด้วย ทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่า และสิ่งมีชีวิตที่หายาก               
               (3) คุณค่าการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ -  ประกอบด้วยสภาพการใช้ที่ดิน การเกษตรกรรม เหมืองแร่ และทรัพยากรอื่นๆ เช่น ไฟฟ้า พลังงาน การขนส่ง น้ำอุปโภคบริโภค สถานที่พักผ่อน เป็นต้น
               (4) คุณค่าต่อคุณภาพชีวิต - ประกอบด้วย ทรัพยากรมนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม เช่น เศรษฐกิจ สังคม ซึ่งเป็นข้อมูลเกี่ยวกับประชากร และการตั้งถิ่นฐาน                  วิธีการประเมินสภานภาพของสิ่งแวดล้อมแบ่งออกเป็น 4 สถานภาพ ดังนี้
               (1) ภาวะสมดุลธรรมชาติ - ระบบสิ่งแวดล้อมที่มีคุณค่าทางสิ่งแวดล้อมที่ใกล้เคียงสมดุลธรรมชาติ
               (2) ภาวะเตือนภัย - ระบบสิ่งแวดล้อมที่มีภัยหรือลักษณะการเปลี่ยนแปลงในบางแห่ง แต่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น และสามารถฟื้นคืนสภาพได้
               (3) ภาวะเสี่ยงภัย - ภาวะที่เกิดเป็นพิษภัยจนเป็นอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิต อันปรากฏให้เห็นในบางจุ ยากต่อการแก้ไข มีแนวโน้มลุกลาม ขยายวงกว้าง
               (4) ภาวะวิกฤติ - ภาวะที่สิ่งมีชีวิตทั้งคน สัตว์ และพืชได้รับอันตราย เพราะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างถาวร
       3. ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้น เป็นการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นต่อสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นสิ่งแวดล้อมท้องถิ่น ประเทศและโลก และวิเคราะห์ว่าหากมีหรือไม่มีโครงการนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงต่อทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างไร
       4. มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม  หากมีผลกระทบด้านบวกควรหาแนวทางเสริมให้มีผลดีมากขึ้น หากมีผลเสียควรหาแนวทางป้องกัน และแก้ไขหรือลดผลกระทบนั้นๆ
       5. การติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม เป็นระยะ เพื่อป้องกันผลเสียที่อาจเกิดขึ้นทั้งระยะสั้นและระยะยาว                                                                     
grace_up.gif
ขั้นตอนดำเนินการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม
        ขั้นตอนดำเนินการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมถือเป็นหลักสากลที่ทั่วโลกนำไปใช้ได้ แม้ว่าจะไม่มีการบังคับใช้ตามเกณฑ์ แต่ผู้ดำเนินโครงการสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้เอง เพื่อการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของโครงการ โดยมีลำดับขั้นตอน 5 ขั้นตอน ดังนี้
       1. การกลั่นกรองโครงการ เป็นการศึกษา/สำรวจพื้นที่และเก็บข้อมูลเบื้องต้น เพื่อพิจารณาว่าโครงการจะก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมหรือไม่ และเพื่อเป็นกรอบในการจัดทำแนวทางขอบเขตการศึกษา EIA
       2. การกำหนดขอบเขต เป็นขั้นตอนการกำหนดขอบเขตในการศึกษา EIA หรือข้อกำหนดในการจัดทำรายงานศึกษาผลกระทบ เป็นเอกสารที่ระบุรายละเอียดและขอบเขตของการศึกษา EIA
       3. การเตรียมรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การคาดการณ์ผลกระทบ การจัดทำมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม
       4. การติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม เป็นขั้นตอนการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งควรมีการอธิบายแผนงานติดตามตรวจสอบผลกระทบด้วย ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่ามาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม ได้ถูกนำมาใช้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และได้ผลมากน้อยเพียงใด
       5. การประเมินผลการดำเนินงาน เป็นขั้นตอนที่เมื่อดำเนินโครงการไปแล้วต้องมีการประเมินผลการดำเนินการ เพื่อให้ได้โครงการที่มีความยั่งยืน  หรือเป็นโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และท้ายที่สุดการประเมินโครงการหลังการดำเนินการไปแล้วจะช่วยเสริมให้มีการปรับปรุงมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเทคนิคในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น                                                                                                                                                    
grace_up.gif
โครงการ/กิจกรรมที่ต้องทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม( EIA )
        1. เขื่อนเก็บน้ำหรืออ่างเก็บน้ำ ที่มีปริมาตรเก็บกักน้ำตั้งแต่ 100 ล้านลูกบาศก์เมตรขึ้นไป หรือมีพื้นที่เก็บกักน้ำตั้งแต่ 15 ตารางกิโลเมตรขึ้นไป
       2. การชลประทานที่มีพื้นที่การชลประทานตั้งแต่ 80,000 ไร่ขึ้นไป
       3. สนามบินพาณิชย์ทุกขนาด
       4. ระบบทางพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการทางพิเศษหรือโครงการที่มีลักษณะเช่นเดียวกับการทางพิเศษหรือระบบขนส่งมวลชนที่ใช้รางทุกขนาด
       5. การทำเหมืองตามกฎหมายว่าด้วยแร่ทุกขนาด
       6. นิคมอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยนิคมอุตสาหกรรมหรือโครงการที่มีลักษณะเช่นเดียวกับนิคมอุตสาหกรรมทุกขนาด
       7. ท่าเรือพาณิชย์ที่สามารถรับเรือขนาดตั้งแต่ 500 ตันกรอสขึ้นไป
       8. โรงไฟฟ้าพลังความร้อนที่มีกำลังผลิตกระแสไฟฟ้าตั้งแต่ 10 เมกะวัตต์ขึ้นไป
       9. การอุตสาหกรรมดังต่อไปนี้
           (1) อุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่ใช้วัตถุดิบซึ่งได้จากการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม และ/หรือการแยกก๊าซธรรมชาติในกระบวนการผลิตตั้งแต่ 100 ตันต่อวันขึ้นไป
           (2) อุตสาหกรรมกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมทุกขนาด
           (3) อุตสาหกรรมแยกหรือแปรสภาพก๊าซธรรมชาติทุกขนาด
           (4) อุตสากรรมคลอรีนแอลคาไลน์ ที่ใช้โซเดียมคลอไรด์เป็นวัตถุดิบในการผลิตโซเดียมคาร์บอเนต โซเดียมไฮดรอกไซด์ กรดไฮโดรคลอริคคลอรีน โซเดียมไฮโพคลอไรด์ และปูนคลอรีน  ที่มีกำลังผลิตสารดังกล่าวแต่ละชนิดหรือรวมกันตั้งแต่ 100 ตันต่อวันขึ้นไป
           (5) อุตสาหกรรมแหล็กและ/หรือเหล็กกล้าที่มีกำลังผลิตตั้งแต่ 100 ตันต่อวันขึ้นไป
           (6) อุตสาหกรรมผลิตปูนซีเมนต์ทุกขนาด
           (7) อุตสาหกรรมถลุงแร่หรือหลอมโลหะ ซึ่งมิใช่อุตสาหกรรมเหล็กหรือเหล็กกล้า  ที่มีกำลังผลิตตั้งแต่ 50 ตันต่อวันขึ้นไป
           (8) อุตสาหกรรมการผลิตเยื่อกระดาษที่มีกำลังผลิตตั้งแต่ 50 ตันต่อวันขึ้นไป
       10.โครงการทุกประเภทที่อยู่ในพื้นที่ที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบกำหนดให้เป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 B ทุกขนาด
       11. อาคารที่ตั้งอยู่ริมน้ำ ฝั่งทะเลสาบ หรือชายหาด หรือที่อยู่ใกล้หรือในอุทยานแห่งชาติหรืออุทยานประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นบริเวณที่อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบกระเทือนต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม อาคารที่มีขนาดความสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป หรือที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นหรือชั้นใดในหลังเดียวกันตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป
       12. การถมที่ดินในทะเลทุกขนาด
       13. การจัดสรรที่ดินเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย หรือเพื่อประกอบการพาณิชย์ จำนวนที่ดินแปลงย่อยตั้งแต่ 500 แปลงขึ้นไป หรือเนื้อที่เกินกว่า 100 ไร่
       14. โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล ที่มีเตียงสำหรับผู้ป่วยไว้ค้างคืน ( ตั้งแต่ 30 เตียงขึ้นไป กรณีตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ฝั่งทะเลสาบหรือชายหาด ) ตั้งแต่ 60 เตียงขึ้นไป
       15. ทางหลวงหรือถนน ซึ่งมีความหมายตามกฎหมายว่าด้วยทางหลวง ( ทุกขนาดที่เทียบเท่าหรือสูงกว่ามาตรฐานต่ำสุดของทางหลวงชนบทขึ้นไป โดยรวมความถึงการก่อสร้างคันทางใหม่เพิ่มเติมจากคันทางที่มีอยู่ ) ที่ตัดผ่านพื้นที่ดังต่อไปนี้
           (1) พื้นที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
           (2) พื้นที่อุทยานแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ
           (3) พื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 2 ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ
           (4) พื้นที่เขตป่าชายเลนที่เป็นป่าสงวนแห่งชาติ
           (5) พื้นที่ชายฝั่งทะเลในระย 50 เมตร ห่างจากระดับน้ำทะเลขึ้นสูงสุด
       16. อุตสาหกรรมที่ผลิตสารออกฤทธิ์ หรือสารที่ใช้ป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือสัตว์ โดยกระบวนการทางเคมีทุกขนาด
       17. อุตสาหกรรมที่ผลิตปุ๋ยเคมีโดยกระบวนการทางเคมีทุกขนาด
       18. โรงแรมหรือสถานที่พักตากอากาศ ที่มีจำนวนห้องพักตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป
       19. อาคารที่อยู่อาศัย ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารที่มีจำนวนห้องชุดตั้งแต่ 80 ห้องชุดขึ้นไป
       20. โรงงานปรับคุณภาพของเสียรวมเฉพาะสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานทุกขนาด
       21. การพัฒนาปิโตรเลียมทุกขนาด
           (1) การสำรวจและ/หรือผลิตปิโตรเลียม
           (2) ระบบการขนส่งปิโตรเลียมและน้ำมันเชื้อเพลิงทางท่อ
       22. อุตสาหกรรมประกอบกิจการเกี่ยวกับน้ำตาล ดังต่อไปนี้
           (1) การทำน้ำตาลทรายดิบ น้ำตาบทรายขาว น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ทุกขนาด
           (2) การทำกลูโคลส ซีโทรส หรือผลิตภัณฑ์อื่นที่คล้ายคลึงกัน ที่มีกำลังการผลิตตั้งแต่ 20 ตันต่อวันขึ้นไป  ( สถาบันราชภัฏอุตรดิตถ์ . 2543 : 86 - 98 )               
                                                                                                                                                                                                                                                 
grace_up.gif
เศรษฐศาสตร์กับสิ่งแวดล้อม
      หลักการสร้างความยั่งยืนในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้นมีมานานแล้ว โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่เสริมสร้างสภาพให้เกิดขึ้นใหม่ได้ เช่น ทรัพยากรประมง ป่าไม้ และน้ำบาดาล  กล่าวคือ ได้มีข้อเสนอแนะถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนไว้ว่า หากจำนวนที่นำมาใช้ในแต่ละปีมีพอดีกับจำนวนที่ทรัพยากรนั้นจะเสริมสร้างสภาพขึ้นใหม่ได้แล้ว ย่อมไม่เกิดผลกระทบต่อทรัพยากรต้นทุนที่มีอยู่ตามธรรมชาติ  และทำให้ทรัพยากรนั้นมีใช้อยู่ได้ตลอดไปโดยไม่มีวันสูญเสียสภาพไป ซึ่งแนวคิดดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายของการจัดการทรัพยากรต้นทุน เพื่อให้เกิดความยั่งยืนทางกายภาพเป็นสำคัญ สำหรับความยั่งยืนในทางเศรษฐศาสตร์นั้น เป็นแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามหลักที่ว่า เมื่อนำทรัพยากรนั้นๆ ขึ้นมาใช้ในปัจจุบัน จำนวนที่เหลืออยู่ของทรัพยากรต้นทุนจะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อสวัสดิการหรือความอยู่ดีกินดีของคนรุ่นต่อๆ ไปในสังคมทางที่ลดต่ำลง อย่างไรก็ตามนักเศรษฐศาสตร์บางกลุ่มได้ให้ความหมายของความยั่งยืนรวมถึงประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจที่จะพึงเกิดขึ้นกับการใช้ทรัพยากรนั้นๆ และประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจดังกล่าวจะต้องพิจารณาโดยมีมิติของเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ได้เปรียบเทียบให้เห็นว่า  การเก็บรักษาหรือการอนุรักษ์ทรัพยากรไว้ในแหล่งธรรมชาติเป็นเสมือนการสะสมทุน ซึ่งหากเก็บรักษาทรัพยากรไว้มูลค่าของทรัพยากรนั้นจะเพิ่มขึ้นในแต่ละปีอย่างน้อยเท่ากับอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน ในทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุด ในที่นี้ ได้แก่ อัตราดอกเบี้ย   ดังนั้นการที่จะนำทรัพยากรขึ้นมาใช้ในแต่ละปีมากน้อยเพียงใด ควรจะได้เปรียบเทียบถึงประโยชน์สุทธิของการนำทรัพยากรขึ้นมาใช้ในปัจจุบันจนหมดสิ้นสภาพไป และเป็นการเพิ่มต้นทุนในการดำเนินชีวิตให้กับคนรุ่นต่อๆ ไปในอนาคต (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ . 2545 : 171-172 )
                                                                                                                                                                                                                                                   
grace_up.gif
การเมืองกับสิ่งแวดล้อม
   
    ปัจจุบันมนุษยชาติต่างมีความปรารถนาในการดำรงชีวิตอยู่ด้วยเป้าหมายเดียวกัน คือ การกินดีอยู่ดีมีความสะดวกสบายในสังคมที่ตนอยู่ ด้วยความปรารถนาดังกล่าวทำให้ทุกประเทศต่างก็พยายามให้ได้มาซึ่งสิ่งที่พลเมืองของตนเองต้องการ จึงเกิดมีการคิดค้นกรรมวิธีการผลิตที่ทันสมัยขึ้นอยู่ตลอดเวลา และการแข่งขันกันในด้านการผลิตนี้เอง เป็นบ่อเกิดของปัญหาความเสื่อมโทรมทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำให้ชีวิตของผู้คนต่างต้องประสบกับผลกระทบอันเกิดจากปัญหาความเสื่อมโทรมทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะคนยากจน คือ กลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ทั้งนี้เพราะคนเหล่านี้มีโอกาสของการดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีน้อยนั่นเอง
       ถ้าหากคนในสังคมขาดจริยธรรม  การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยการใช้กฎหมาย จึงมีความจำเป็น และในปัจจุบันประเทศไทยมีกฎหมายและพระราชบัญญัติหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม ยกตัวอย่างเช่น  รัฐธรรมนูญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  กฎหมายเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
                                                                                                                                                                                                                                                   
grace_up.gif
กฎหมายปกป้องสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ
   
berry02_purple.gif  พ.ร.บ. กฏหมาย และมาตรฐาน
                    
พรบ.ส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 
                    
นโยบายป้องกันและขจัดมลพิษ ภายใต้นโยบายและแผนการส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2540-2559
                    
กฏหมายที่เกี่ยวกับการควบคุมมลพิษ
                    
ประกาศกรมควบคุมมลพิษ
                    
กรณีตัวอย่างการบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อม
                    
มาตรฐานคุณภาพอากาศและเสียง
                    
มาตรฐานคุณภาพน้ำประเทศไทย
                    
มาตรฐานคุณภาพดิน
   berry02_red.gif  กฎหมายเกี่ยวกับการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม
                    
ประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมเรื่อง กำหนดประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจการของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนที่ต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม
                    
ประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมเรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติและแนวทางในการจัดทำ
รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๓๙)
  
   berry02_yellow.gif  กฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการคุณภาพอากาศและการควบคุมมลพิษทางอากาศ

                   
ประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมเรื่อง กำหนดให้โรงไฟฟ้าเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียออกสู่สิ่งแวดล้อม
                    
ประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมเรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงไฟฟ้า
                    
ประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมเรื่อง กำหนดมาตรฐานค่าก๊าซไฮโดรคาร์บอนจากท่อไอเสียของรถจักรยานยนต์
                    
ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๓๖)ออกตามความในพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕เรื่อง กำหนดค่าปริมาณสารเจือปนในอากาศที่ระบายออกจากโรงงาน
                    
พระราชบัญญัติ ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2538) เรื่อง กำหนดมาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศโดยทั่วไป
                   
ประกาศกรมเจ้าท่าที่ 177/2527 เรื่อง ใช้เครื่องวัดควันและเสียงของเรือกล
                   
ประกาศกระทรวงพาณิชย์ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2538) เรื่อง กำหนดคุณภาพของน้ำมันเบนซิน   
    
berry02_purple.gif กฏหมายเกี่ยวกับการจัดการคุณภาพน้ำและการควบคุมมลพิษทางน้ำ    
            
พระราชบัญญัติ รักษาคลองประปา พ.ศ. 2526
                   
พระราชบัญญัติ รักษาคลอง รัตนโกสินทรศก 121 พ.ศ. 2445
                   
พระราชบัญญัติ น้ำบาดาล (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕                                                                                                                                                grace_up.gif    
berry02_red_1.gif กฏหมายเกี่ยวกับคุณภาพระดับเสียงและการควบคุมมลพิษทางเสียง
            
ประกาศกรมการขนส่งทางบก ฉบับที่ 78/2527  เรื่อง เกณฑ์ของระดับเสียงที่เกิดจากเครื่องกำเนิดพลังงานของรถ
                   
ประกาศกรมควบคุมมลพิษ  เรื่อง กำหนดตำแหน่ง ระยะ และวิธีการหันแกนไมโครโฟนของมาตรระดับเสียง สำหรับตรวจสอบระดับเสียงของเรือ
                   
ประกาศกรมเจ้าท่า ที่ 177/2527  เรื่อง การใช้เครื่องวัดควันและเสียงของเรือกล
                   
ประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม  เรื่อง กำหนดระดับเสียงของเรือ
   berry02_yellow_1.gif กฏหมายเกี่ยวกับขยะมูลฝอย

                   รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. ๒๕๓๕
   berry02_purple_2.gif กฏหมายเกี่ยวกับสารพิษ สารเคมี วัตถุอันตราย วัตถุมีพิษ และการควบคุม
            
กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๕)ออกตามความในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕
                   
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)ออกตามความในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕
                   
ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕
                   
ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรื่อง การขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่กรมวิชาการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบพ.ศ. ๒๕๓๘
                   
ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เรื่อง บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตรายในส่วนของกรมวิชาการเกษตร พ.ศ. ๒๕๓๘
                   
ประกาศกระทรวงพาณิชย์ ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๓๘)เรื่อง กำหนดคุณภาพของน้ำมันดีเซลสำหรับใช้กับเครื่องยนต์หมุนเร็ว
                   
ประกาศกระทรวงพาณิชย์ ฉบับที่ ๔ พ.ศ. ๒๕๓๘เรื่อง กำหนดคุณภาพของน้ำมันเบนซิน
                   
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ ๙๕ (พ.ศ. ๒๕๓๙)เรื่อง ระบุชื่อและประเภทวัตถุออกฤทธิ์ที่ห้ามการนำเข้าไปยังประเทศหนึ่งประเทศใด (เพิ่มเติม)
                   
พระราชบัญญัติ วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๓๕
   berry02_red_2.gif กฏหมายที่เกี่ยวกับทรัพยากรที่ดิน
                   ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดพื้นที่เพื่อการระเบิดและย่อยหินในที่ดินของรัฐ
                   
ระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ว่าด้วย การให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรผู้ได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ปฏิบัติเกี่ยวกับการเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน พ.ศ. 2535
                   
พระราชบัญญัติ การปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม พ.ศ. 2518
                   
พระราชบัญญัติ การผังเมือง พุทธศักราช 2518
                   
พระราชบัญญัติ การขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2543
                   
พระราชบัญญัติ การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543
                   
พระราชบัญญัติ การผังเมือง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2535
                   
พระราชบัญญัติ พัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2526
                   
พระราชบัญญัติ การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524
                   
พระราชบัญญัติ กำหนดเขตจังหวัดในอ่าวไทยตอนใน พ.ศ. 2502
   berry02_yellow_2.gif กฏหมายเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำ

                   พระราชบัญญัติ รักษาคลองประปา พ.ศ. 2526
                   
พระราชบัญญัติ รักษาคลอง รัตนโกสินทรศก 121 พ.ศ. 2445
                   
พระราชบัญญัติ การชลประทานหลวง พุทธศักราช 2485
                   
พระราชบัญญัติ การประปานครหลวง พ.ศ. 2510
                   
พระราชบัญญัติ การประปาส่วนภูมิภาค พ.ศ. 2522
                   
พระราชบัญญัติ น้ำบาดาล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535    
   
berry02_purple_2.gif กฎหมายเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้ ป่าชายแลน และสัตว์ป่า
           กฎกระทรวง ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535
                   
พระราชบัญญัติ สวนป่า พ.ศ. 2535 มาตราที่ 1-28
                   
พระราชบัญญัติ สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535
                   
พระราชบัญญัติ อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504
                   
พระราชบัญญัติ ป่าไม้ พุทธศักราช 2484
                   
พระราชบัญญัติ ป่าสงวนแห่งชาติพ.ศ. 2507
                   
พระราชบัญญัติ ควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์ มาตราที่ 1-35
                   
ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพันธุ์พืช
                   
ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรื่อง กำหนดให้ผู้รับสัมปทานหรือผู้รับอนุญาตทำการบำรุงป่าหรือปลูกสร้างสวนป่า หรือออกค่าใช้จ่ายเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการบำรุงป่า หรือปลูกสร้างสวนป่าไม้แทนและกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายในการบำรุงป่า หรือปลูกสร้างสวนป่า    
                                                                                                                                                                                                                                           
grace_up.gif
   berry02_red_2.gif กฏหมายเกี่ยวกับการประมง
                  พระราชบัญญัติ การประมง พ.ศ. 2490
   berry02_yellow_2.gif กฏหมายเกี่ยวกับพลังงาน

                   
พระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516
                   
พระราชกฤษฎีกากำหนดอาคารควบคุม พ.ศ. 2535
                   
พระราชกฤษฎีกากำหนดโรงงานควบคุม พ.ศ. 2540
                   
พระราชบัญญัติ การพัฒนาและการส่งเสริมพลังงาน พ.ศ.2535
                   
พระราชบัญญัติ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ พ.ศ. 2535
                   
พระราชบัญญัติ การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535
                   
พระราชบัญญัติ ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542
                   
พระราชบัญญัติ การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543
                   
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตปิโตรเลียมในทะเลพ.ศ. 2530
    berry02_purple_2.gif กฏหมายเกี่ยวกับทรัพยากรแร่
                   กฎกระทรวง ฉบับที่ 77(พ.ศ. 2539) ออกตามความในพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2530
                   
พระราชบัญญัติ แร่ พ.ศ. 2510
                   
พระราชบัญญัติ ควบคุมแร่ดีบุก พ.ศ. 2514
                                                                                                                                                                                                                                                   
grace_up.gif
จริยธรรมกับการใช้ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน
       
มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ  บางคนมักคิดว่ามนุษย์ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ เพราะเราเข้าใจว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีคุณค่าสูงกว่าสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย  ไม่ว่าพืชและสัตว์  มนุษย์มักพูดว่าเราเป็นสัตว์ประเสริฐ  ซึ่งทำให้มนุษย์เข้าใจว่าตนเองเป็นสิ่งมีชีวิตที่แยกต่างหากจากธรรมชาติ  และเชื่อว่าธรรมชาติถูกสร้างขึ้นมาไว้ให้มนุษย์ได้ใช้สอย การตัดไม้ในป่า การล่าสัตว์ การทำลายธรรมชาติ ไม่นับว่าเป็นสิ่งเลวร้ายหรือผิดศีลธรรม  มนุษย์สามารถทำได้เพื่อความอยู่รอด หรือการที่มนุษย์ต้องมีปัจจัยในการดำรงชีวิตต้องอยู่กับธรรมชาติ เช่นเดียวกับสัตว์และพืชพรรณทั้งหลายบนโลก แต่เนื่องจากโลกในยุคปัจจุบันได้ก้าวหน้าไปมากจนมนุษย์ในหลายภูมิภาคของโลกแทบไม่มีโอกาสสัมผัสกับธรรมชาติที่แท้จริง อาศัยอยู่ท่ามกลางสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นใหม่ที่เรียกว่า ป่าคอนกรีต จึงทำให้มีการทำลายธรรมชาติกันอยู่ ทั้งทางตรงและทางอ้อม  โดยไม่รู้ตัว  ในที่สุดธรรมชาติที่มนุษย์ได้เคยอยู่อาศัยมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ถูกทำลายจนเกือบหมดสิ้น สุดท้ายชีวิตของมนุษย์ก็คงถูกทำลายตามไปด้วย
           ปัญหาเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมเป็นปัญหาไร้พรมแดน ประสบการณ์ที่ประเทศต่างๆ ได้รับในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทั้งในแง่ความสำเร็จและความล้มเหลวเป็นสิ่งที่พวกเราควรรู้ เพื่อจะได้ทำให้เราสามารถมองเห็นปัญหาที่แท้จริงที่เกิดขึ้นในบ้านเราและสามารถจะหาทางออกในการแก้ไขปัญหาได้
           ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสิ่งแวดล้อมนั้น เปรียบเสมือนฐานการผลิตที่สำคัญของมนุษย์ ไม่ว่าจะมั่งมีหรือยากจนก็ต้องอาศัยทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นพื้นฐานของการผลิตของคนทั้งนั้น  ฉะนั้นเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องของสิ่งมีชีวิตที่สำคัญยิ่ง เพราะมันเกี่ยวข้องกับความหิวและความอิ่ม ความเป็นกับความตายของคนโดยตรง  ความยากจนและความหิวนั่นเองที่เป็นต้นเหตุผลักดันให้มนุษย์จำนวนมากทำความเสียหายให้กับสิ่งแวดล้อม เพื่อสนองความจำเป็นในการดำรงชีวิตให้รอด  การพัฒนา  ความยากจน และความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมกลายเป็นปัญหาที่เชื่อมโยงถึงกันไปหมด เราไม่สามารถจะพัฒนาประเทศเราให้เจริญได้ หากเราไม่สามารถแก้ปัญหาความยากจน และความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน นั่นก็คือ คุณภาพสิ่งแวดล้อม มีความสัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของมนุษย์อย่างแยกกันไม่ออกนั่นเอง 
           ปัจจุบันมีปรากฎการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นที่เป็นสัญญาณเตือนให้มนุษย์ได้ตระหนักว่า เราจะต้องรีบสะกัดกั้นหรือป้องกันสิ่งแวดล้อมบนโลกของเราก่อนที่จะสายเกินไป การทำลายสิ่งแวดล้อมของมนุษย์เกิดจากความไม่รู้เกี่ยวกับธรรมชาติ การไม่รู้จักคุณค่า และการให้ความสำคัญกับวัตถุสิ่งประดิษฐ์ที่มนุษย์คิดทำขึ้น เพื่อสนองความอยากในการแสวงหาความสุขของมนุษย์อย่างมากมายเกินพอดี จนลืมคำนึงถึงความสัมพันธ์ ความสอดคล้อง ความสมดุลของธรรมชาติที่มีบนโลกมานานแล้ว จึงก่อให้เกิดผลกระทบอย่างมากมายมหาศาลต่อการปรับตัวของสรรพสิ่งทั้งหลายบนโลก
           ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่กำลังวิกฤตนี้สามารถบรรเทาลงได้ ถ้ามนุษย์เราได้ศึกษาเรียนรู้ธรรมชาติให้ลึกซึ้ง จะได้เกิดความรักในธรรมชาติและอยู่อย่างเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ โดยไม่เบียดเบียนธรรมชาติจนเกินพอดี ซึ่งจะทำให้ธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อมบนโลกน่าอยู่สำหรับมนุษย์และสิ่งมีชีวิตทั้งหลายและยั่งยืนตลอดไป (คณาวุฒิ ศรีประเสริฐ , พัฒนา ราชวงศ์ .2541 : 14 - 15 )

                                                                                               
grace_back.gif         freebird_home.gif          grace_up.gif